จิตบำบัดโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
จิตวิทยาการปรึกษา (Counselling) / จิตบำบัด (Psychotherapy) คือพื้นที่ปลอดภัยที่คุณสามารถค่อยๆ สำรวจ เข้าใจ และดูแลตัวเองอย่างลึกซึ้ง โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเดินเคียงข้าง เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญความเครียด ความวิตกกังวล ภาวะหมดไฟ ความสัมพันธ์ที่ยากลำบาก หรือประสบการณ์กระทบกระเทือนใจ (Trauma)
- ให้บริการทั้งแบบพบเจอหน้า (face to face) ที่ศูนย์บริการย่านลาซาล–บางนา พระโขนง กรุงเทพฯ และ ออนไลน์
- ที่ปลูกรัก เราใช้แนวทาง Integrative & Trauma-informed ที่ผสานศาสตร์ EMDR, Brainspotting, NSST, IFS, Attachment-Based และ Somatic approaches ดูแลความคิด อารมณ์ และระบบประสาทอย่างเป็นองค์รวม
- นัดสัมภาษณ์เบื้องต้น 15–30 นาที
- ปรึกษาเพื่อประเมินแนวทางที่เหมาะกับคุณอย่าง เป็นส่วนตัว
กระบวนการขอรับจิตบำบัด
Psychotherapy
จิตบำบัด (Psychotherapy) คืออะไร
จิตบำบัด คือ กระบวนการดูแลและฟื้นฟูสุขภาพจิต เพื่อช่วยให้บุคคลมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมุ่งเน้นให้เกิดความเข้าใจและความสอดคล้องภายในตนเอง ทั้งในด้านความคิด ความรู้สึก พฤติกรรม และสัมพันธภาพกับผู้อื่น
กระบวนการนี้อยู่ภายใต้การดูแลของนักจิตบำบัดที่ได้รับการฝึกฝนและมีความเชี่ยวชาญทางจิต โดยใช้แนวทางที่มีโครงสร้างและมีหลักฐานทางวิชาการรองรับ เพื่อเอื้ออำนวย (Facilitate) ให้บุคคลสามารถมองลึกลงไปถึงรากของปัญหาที่แท้จริง และค้นพบวิธีการปรับเปลี่ยนจากภายในตนเอง
จิตบำบัดทำงานทั้งในระดับความคิด อารมณ์ และระบบประสาท เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพจิตเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการปรับมุมมองชั่วคราว แต่เป็นการสร้างความมั่นคงภายในที่ช่วยให้บุคคลสามารถเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ ๆ ในชีวิต ทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างมีสติและสมดุลมากขึ้น
ประโยชน์ของการจิตบำบัด
จิตบำบัดถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้ผลสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการทานยาทางจิตเวช หลายครั้งผลลัพธ์ในการบำบัดเกิดขึ้นตั้งแต่เนิ่นๆ ผู้รับบริการบอกว่า รู้สึกดีขึ้น โล่งขึ้น เบาขึ้น หรืออาการด้านลบที่รุนแรงน้อยลง
การทำจิตบำบัดช่วยให้บุคคลเข้าใจตนเองอย่างลึกซึ้ง และค่อย ๆ คลี่คลายสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตในระยะยาว หรือประสบการณ์ที่ยังไม่ได้รับการประมวลผลในอดีต หลังจากทำจิตบำบัด ผู้รับบริการจะค้นพบทางเลือกที่ดีกว่า หรือมีทางออกใหม่ที่เหมาะสมกับตนเอง
ประโยชน์ที่หลายคนสัมผัสได้จากกระบวนการจิตบำบัด ได้แก่:
- เข้าใจรากของปัญหา แทนที่จะจัดการเพียงอาการ
- ลดความตึงเครียดของระบบประสาท และเพิ่มความรู้สึกมั่นคงภายใน
- พัฒนาความสามารถในการจัดการอารมณ์ และรับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น
- ปรับปรุงความสามารถในการทำงาน โฟกัส หรือทำงานให้เสร็จมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
- ปรับปรุงทักษะการสื่อสารและเชื่อมโยงมีปฏิสัมพันธ์กับตนเองและคนอื่นได้ลึกซึ้งมากขึ้น
- เห็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่เกิดซ้ำ และเลือกตอบสนองอย่างมีสติ
- เพิ่มความชัดเจนในการตัดสินใจและกำหนดทิศทางชีวิตของตนเอง
- รู้สึกอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น อารมณ์หรือระดับพลังงานดีขึ้น
เมื่อไหร่ที่ควรมาพบผู้เชี่ยวชาญ
หลายคนลังเลว่า “อาการของฉันหนักพอหรือยัง?”
ความจริงคือ ไม่จำเป็นต้องรอให้ปัญหารุนแรงก่อนจึงจะเข้ารับการจิตบำบัด
คุณอาจพิจารณาพบนักจิตบำบัดเมื่อ:
- ความเครียดหรือความวิตกกังวลส่งผลต่อการทำงานหรือการนอน
- รู้สึกเครียด เหนื่อยล้า หรือหมดไฟในชีวิตจนมีผลกระทบกับคุณภาพชีวิต
- มีรูปแบบความสัมพันธ์ที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดซ้ำ ๆ
- มีประสบการณ์ในอดีตที่ยังส่งผลกระทบทางอารมณ์
- ไม่มีสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงาน/การเรียนลดลง
- มีความคิดฆ่าตัวตายหรือมีพฤติกรรมทำร้ายตนเอง
- รู้สึกสับสน ขาดทิศทาง หรือไม่เข้าใจตนเอง
- คาดหวังและกดดันตนเองจนมีผลต่อการเห็นคุณค่าในตนเองต่ำลง
การดูแลสุขภาพจิตตั้งแต่ระยะเริ่มต้น มักช่วยลดความซับซ้อนของปัญหาในระยะยาว
แนวทางการบำบัดที่ใช้ (Integrative & Trauma-Informed Approach)
ที่ปลูกรัก เราใช้แนวทาง Integrative & Trauma-Informed ซึ่งหมายถึงการผสานศาสตร์หลายแขนงให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละบุคคล ไม่ใช้วิธีเดียวกับทุกคน
แนวทางที่ใช้ ได้แก่:
- Eye Movement Desensitization and Reprocessing (EMDR): เพื่อช่วยประมวลผลประสบการณ์กระทบกระเทือนใจ
- Neuroscience and Satir in the Sand Tray (NSST): วิธีการนี้ผสมผสานประสาทวิทยาเข้ากับถาดทรายและแบบจำลองภูเขาน้ำแข็งของ Virginia Satir ผ่านการเล่นอย่างสร้างสรรค์ด้วยตุ๊กตา ช่วยเปลี่ยนกลไกการเอาตัวรอดที่เคยติดหล่มในอดีตให้กลายเป็นความกล้าหาญและความปลอดภัยภายใน
- Brainspotting (BST): ทำงานกับจุดเชื่อมโยงระหว่างอารมณ์และระบบประสาท
- Internal Family Systems (IFS): ช่วยทำความเข้าใจส่วนต่าง ๆ ภายในตนเอง เช่น inner child หรือ protector
- Attachment-Based Approach: สำรวจรูปแบบความผูกพันที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ปัจจุบัน
- Energy Vitality Therapy (EVT): มีเป้าหมายเพื่อปรับสมดุลพลังงานในร่างกาย เพิ่มพลังงานในเซลล์อย่างรวดเร็วและต่อสู้กับความเหนื่อยล้า
การเลือกใช้แนวทางจะพิจารณาร่วมกันกับผู้รับบริการ เพื่อให้เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด
จะเริ่มต้นจิตบำบัดอย่างไร
- ติดต่อหาเรา : กระบวนการเริ่มต้นคุณสามารถโทรหาเราหรือไลน์ติดต่อด้วยตนเองเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบจิตบำบัดแบบต่างๆ ระยะเวลาที่ใช้ ค่าใช้จ่ายเบื้องต้น และตอบคำถามที่คุณอาจมี
- กรอกประวัติส่วนบุคคล : เมื่อคุณตัดสินใจที่จะรับบริการจากเราแล้ว เราจะส่งแบบสำรวจข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวที่เป็นประโยชน์สำหรับการทำจิตบำบัด
- การสัมภาษณ์เบื้องต้น : คุณจะได้พบกับนักจิตบำบัดเป็นครั้งแรกทางออนไลน์ใช้เวลาประมาณ 30 นาที (มีค่าใช้จ่าย) เพื่อสร้างการเชื่อมโยง ทำความรู้จักระหว่างนักจิตบำบัดและผู้รับบริการว่ามีพลังงานหรือสไตล์ที่สามารถร่วมทำงานได้หรือไม่ และข้อมูลที่ได้จากเซสชั่นนี้จะนำมาออกแบบวางแผนการรักษาจิตบำบัดที่สอดคล้องกับปัญหาที่แท้จริงของผู้รับบริการอาจจะมีคำถามดังนี้
- เป้าหมายในการบำบัดของคุณคืออะไร? หรือคุณต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรในตนเอง?
- ผลลัพธ์ที่คุณต้องการเป็นพิเศษคืออะไร?
- คุณต้องการให้การบำบัดของคุณเป็นแบบระยะสั้นหรือยาว?
- อะไรคือตัวกระตุ้นอาการของคุณ?
- อะไรคือจุดเริ่มต้นของปัญหาหรืออาการ? เป็นการสำรวจประวัติในวัยเด็กสั้นๆ การศึกษา ความสัมพันธ์ (ครอบครัว ความรัก เพื่อน) สถานการณ์ความเป็นอยู่ในปัจจุบัน และอาชีพของคุณ
- คุณและนักบำบัดควรทำข้อตกลงร่วมกันอะไรบ้างเกี่ยวกับระยะเวลาและวิธีการการรักษา
- หัวข้ออะไรที่คุณยังไม่สะดวกที่จะพูดคุย? เป็นการกำหนดขอบเขตและสื่อสารขีดจำกัดของคุณกับนักจิตบำบัด
- ตัดสินใจเข้ารับบริการ : นักจิตบำบัดจะเลือกกระบวนการบำบัดที่เหมาะสมกับผู้รับบริการจากข้อมูลที่ได้รับครั้งแรกของการพูดคุย ใช้ระยะเวลาในการทำจิตบำบัดมาตราฐานประมาณ 5 ครั้งๆ ละ 1.5 – 2 ชั่วโมง และห่างกันอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คุณสามารถกำหนดวัน เวลาที่คุณสะดวกในการรับบริการและคุณสามารถขอหยุดรับบริการก่อนกำหนดได้ หรือขยายเวลาการรับบริการเพื่อทำงานในระดับที่ลึกซึ้งมากขึ้น คุณสามารถตัดสินใจได้ว่าคุณต้องการเข้ารับการบำบัดกับนักจิตบำบัดคนเดิมหรือลองใช้นักบำบัดคนอื่น
- การทำการบ้าน : หลังจากจบทำจิตบำบัดแต่ละครั้ง นักจิตบำบัดจะชวนคุณออกแบบการบ้านที่สอดคล้องกับปัญหาที่แท้จริงเพื่อนำไปฝึกฝนตนเองต่อระหว่างสัปดาห์ หากคุณไม่สะดวกใจในการบ้าน ให้ลองพูดคุยกับนักจิตบำบัดของคุณตั้งแต่เนิ่น ๆ
พึงระลึกไว้ว่าจิตบำบัดมักจะต้องเข้ารับบริการหลายครั้ง ดังนั้นไม่ควรคาดหวังว่าจะมีวิธีแก้ไขปัญหาของคุณได้ในทันที การบำบัดคือการจัดเตรียมวิธีแก้ปัญหาให้กับคุณตลอดชีวิต ไม่ใช่การแก้ไขอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นกระบวนการเยียวยาบาดแผลทางจิตใจซึ่งมักมีจุดกำเนิดที่เกิดขึ้นในอดีตที่อยู่กับคุณมานาน
Credentials
ปริญญาโท: ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต (ศศ.ม.) (วิทยานิพนธ์ดีเด่น)
สาขาจิตวิทยาการปรึกษา คณะจิตวิทยา จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปริญญาตรี: คุรุศาสตร์บัณฑิต (ค.บ.) (เกียรตินิยมอันดับ 2)
การแนะแนวและจิตวิทยาการปรึกษา สาขาการศึกษานอกระบบโรงเรียน คณะคุรุศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สมาชิกสมาคมจิตวิทยาการปรึกษาแห่งประเทศไทย รหัส 25A0110
Integrative Therapeutic Approach :
- EMDR for Children, Adolescence & Adults
- EMDR & Sandtray Integrated
- Neuroscience and The Satir Model in Sandtray (NSST)
- Brainspotting (BSP)
- Internal Family System (IFS)
- Enneagram Transformation in Sand Tray (ETST)
- Creative Arts Therapy
- Satir Transformational Systemic Therapy
- Mindfulness-Based Intervention
- Motivation Interviewing
- Buddhist Counselling
- Yoga Healing
- Usui Reiki
ตลอดระยะเวลาหลายปีในการทำจิตบำบัด (Psychotherapy) / จิตวิทยาการปรึกษา (Counselling) ดิฉันยึดถือการอยู่กับผู้รับบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ คือการยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข เห็นคุณค่าในความเป็นตัวตนของแต่ละคน และให้ผู้รับบริการเป็นศูนย์กลางของกระบวนการ
ดิฉันเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพในการจัดการปัญหาและค้นพบทางออกของตนเอง เพียงแต่ในช่วงเวลาที่เผชิญอุปสรรค ความเชื่อมโยงระหว่างหัว–ใจ–กาย อาจถูกรบกวน และต้องการพื้นที่ที่ปลอดภัยในการกลับมาเชื่อมต่ออีกครั้ง
ในฐานะนักจิตบำบัด ดิฉันทำหน้าที่เอื้ออำนวย (Facilitate) ให้สิ่งที่ปิดกั้นค่อย ๆ คลี่คลาย เพื่อให้ผู้รับบริการได้กลับมาเชื่อมโยงกับโลกภายในของตนเอง ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่น ปลอดภัย สงบ และเปี่ยมด้วยความใส่ใจ
กระบวนการนี้เปิดโอกาสให้เขาค้นพบทางออกด้วยตนเอง พร้อมพัฒนาทักษะชีวิตที่จำเป็นสำหรับการดูแลสุขภาพจิตในยามเผชิญความท้าทายในอนาคต
เมื่อได้เข้าใจตนเองอย่างลึกซึ้งผ่านจิตบำบัดแบบบูรณาการ ผู้รับบริการจะค่อย ๆ สร้างความสุขจากภายใน มีอิสระกับชีวิต และมีจิตใจที่มั่นคงมากขึ้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1.จิตบำบัด (Psychotherapy) แตกต่างจากจิตแพทย์ (Psychiatrist) อย่างไร?
จิตบำบัด (Psychotherapy) เป็นนักจิตวิทยาการปรึกษา (Counselor)มุ่งทำงานเชิงลึกกับรากของปัญหา อารมณ์ และประสบการณ์ในอดีต เหมาะกับการดูแลสุขภาพจิตในระดับที่ต้องการความเข้าใจเชิงลึก และสร้างความมั่นคงภายใน โดยไม่ใช้ยา
จิตแพทย์เป็นแพทย์ด้านจิตเวช สามารถวินิจฉัยโรคและสั่งจ่ายยาได้ เหมาะกับภาวะที่มีอาการรุนแรงหรือจำเป็นต้องใช้ยาในการรักษา
ทั้งสองแนวทางสามารถทำงานควบคู่กันได้ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
2.การทำจิตบำบัด (Psychotherapy) จะช่วยได้จริงหรือ?
ปัจจุบันมีงานวิจัยจำนวนมากยืนยันว่าจิตบำบัด (Psychotherapy) เป็นวิธีดูแลสุขภาพจิตที่มีประสิทธิภาพ การพูดคุยกับนักจิตบำบัด (Psychotherapist) ที่ได้รับการฝึกอบรมและมีประสบการณ์ จะช่วยให้คุณมองเห็นและเข้าใจรูปแบบชีวิตบางอย่างที่อาจเป็นต้นตอของความทุกข์ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจากภายในตนเอง
ในบางกรณี จิตบำบัดอาจทำควบคู่กับการรักษาด้วยยา เพื่อให้การดูแลมีความครอบคลุมและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล
3.การทำจิตบำบัด (Psychotherapy) ต้องทำกี่ครั้งจึงเห็นผล?
จำนวนครั้งแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หลายคนเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในช่วง 4–6 ครั้งแรก แต่กระบวนการที่ลึกขึ้นอาจใช้เวลามากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับบาดแผลทางใจที่ฝั่งรากลึกมากน้อยแค่ไหน
4.ข้อมูลของฉันเป็นความลับหรือไม่?
กระบวนการทั้งหมดอยู่ภายใต้หลักจริยธรรมวิชาชีพและการรักษาความลับอย่างเคร่งครัด
5.ถ้าต้องเลือกระหว่างทำจิตบำบัด (Psychotherapy) กับรักษาด้วยยา วิธีไหนจะดีกว่ากัน?
การดูแลสุขภาพจิตอาจใช้ทั้งการรักษาด้วยยาและกระบวนการจิตบำบัด ขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของอาการในแต่ละบุคคล งานวิจัยจำนวนมากพบว่าการทำทั้งสองแนวทางควบคู่กันมักให้ผลดี โดยเฉพาะในกรณีที่อาการค่อนข้างรุนแรง
ยาช่วยบรรเทาอาการในระยะต้น ขณะที่จิตบำบัดช่วยให้เข้าใจตนเองและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน หากไม่แน่ใจแนวทางที่เหมาะสม สามารถปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตบำบัดได้เสมอ
6.บรรยากาศในการรับจิตบำบัดที่ปลูกรัก (Mind Mastery Center) เป็นอย่างไร
ศูนย์ปลูกรักออกแบบให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยและผ่อนคลาย เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการได้ “พักใจ” และค่อย ๆ กลับมาเชื่อมโยงกับตนเองอย่างอ่อนโยน บรรยากาศอบอุ่น สงบ และเป็นส่วนตัว เอื้อต่อการเปิดใจและการฟังอย่างลึกซึ้ง
แนวทางการดูแลของเรายึดหลักแบบบูรณาการองค์รวม (Integrative & Holistic) ครอบคลุมทั้งมิติของจิตใจ ร่างกาย ความสัมพันธ์ และพลังงานภายใน โดยผสานศาสตร์ทางจิตวิทยาที่มีหลักฐานรองรับเข้ากับการตระหนักรู้ระดับลึก เพื่อให้การเยียวยาเกิดขึ้นอย่างสมดุลและยั่งยืน
ที่นี่ไม่ได้มุ่งเพียงแก้ปัญหา แต่ให้ความสำคัญกับการฟื้นคืนความมั่นคงภายใน เห็นคุณค่าในตนเอง และสร้างพลังชีวิตที่พร้อมเผชิญความท้าทายในอนาคต ทั้งในรูปแบบพบที่ศูนย์และออนไลน์อย่างปลอดภัยและเป็นส่วนตัว