BSP: Brainspotting ทางเลือกใหม่ของการดูแลใจในองค์กรยุค AI
เข้าใจสมอง ปลดล็อกอารมณ์ เยียวยาความเครียดลึกอย่างเป็นธรรมชาติ
ในยุคที่เทคโนโลยี AI เข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกการทำงานอย่างรวดเร็ว พนักงานจำนวนมากต้องเผชิญกับความเครียด ความกังวล และภาวะหมดไฟจากการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง หลายองค์กรเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับ สุขภาพจิตของพนักงาน มากขึ้น เพราะทรัพยากรมนุษย์ที่แข็งแรงจากภายใน คือหัวใจสำคัญของความยั่งยืนในยุคดิจิทัล
หนึ่งในนวัตกรรมการบำบัดที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติว่า ปลอดภัย ลึกซึ้ง และเข้าถึงได้โดยไม่ต้องพูดเยอะ คือ Brainspotting (BSP)
Brainspotting คืออะไร?
Brainspotting (BSP) เป็นเทคนิคการบำบัดทางจิตวิทยาที่พัฒนาโดย Dr. David Grand ในปี 2003 โดยมีแนวคิดหลักว่า
“Where you look affects how you feel.”(ที่ที่คุณมอง ส่งผลต่อความรู้สึกของคุณ) ซึ่งหมายความว่าตำแหน่งการมองของดวงตานั้นมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับวิธีที่สมองของเราประมวลผลข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความทรงจำที่กระทบกระเทือนจิตใจ
การบำบัดด้วย BSP มุ่งเน้นการค้นหา “Brainspot” – ตำแหน่งเฉพาะในการมองที่เชื่อมโยงกับความรู้สึกไม่สบายหรือความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่ฝังลึกอยู่ในสมองส่วนลึกและร่างกาย เมื่อผู้รับการบำบัดจดจ่อกับจุดนี้ ระบบประสาทจะเริ่มกระบวนการเยียวยาตนเองอย่างเป็นธรรมชาติ
ต่างจากการพูดคุยบำบัดแบบดั้งเดิม BSP ไม่จำเป็นต้องระลึกหรือพูดถึงเหตุการณ์เจ็บปวดโดยตรง แต่เปิดโอกาสให้ ร่างกายและสมองประมวลผลในจังหวะของตนเอง
Brainspotting คืออะไร?
Brainspotting (BSP) เป็นเทคนิคการบำบัดทางจิตวิทยาที่พัฒนาโดย Dr. David Grand ในปี 2003 โดยมีแนวคิดหลักว่า
“Where you look affects how you feel.”(ที่ที่คุณมอง ส่งผลต่อความรู้สึกของคุณ) ซึ่งหมายความว่าตำแหน่งการมองของดวงตานั้นมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับวิธีที่สมองของเราประมวลผลข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความทรงจำที่กระทบกระเทือนจิตใจ
การบำบัดด้วย BSP มุ่งเน้นการค้นหา “Brainspot” – ตำแหน่งเฉพาะในการมองที่เชื่อมโยงกับความรู้สึกไม่สบายหรือความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่ฝังลึกอยู่ในสมองส่วนลึกและร่างกาย เมื่อผู้รับการบำบัดจดจ่อกับจุดนี้ ระบบประสาทจะเริ่มกระบวนการเยียวยาตนเองอย่างเป็นธรรมชาติ
ต่างจากการพูดคุยบำบัดแบบดั้งเดิม BSP ไม่จำเป็นต้องระลึกหรือพูดถึงเหตุการณ์เจ็บปวดโดยตรง แต่เปิดโอกาสให้ ร่างกายและสมองประมวลผลในจังหวะของตนเอง
BSP ทำงานอย่างไร?
1.เข้าถึงสมองส่วนลึก
BSP มุ่งเน้นการทำงานกับ สมองส่วนล่าง (subcortical brain) เช่น amygdala และ hippocampus ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอารมณ์ ความทรงจำ และสัญชาตญาณเอาตัวรอด โดยใช้ “ตำแหน่งการมอง” เป็นประตูเข้าสู่ประสบการณ์ที่ยังไม่ได้รับการประมวลผล
2.สัมพันธ์กับร่างกาย (Somatic Experience)
ความรู้สึกในร่างกาย เช่น แน่นหน้าอก หน่วงท้อง หรือปวดไหล่ มักเป็นร่องรอยของความเครียดหรือบาดแผลทางใจ BSP เชื่อมโยงจุดมองสายตากับความรู้สึกในร่างกาย เพื่อให้เกิดกระบวนการ “คลาย” ความรู้สึกที่ติดค้าง
3.Dual Attunement – การจูนคลื่นสองทาง
ผู้บำบัดจะจูนเข้ากับทั้งอารมณ์ของผู้รับการบำบัด (emotional attunement) และการตอบสนองของระบบประสาท (neurobiological attunement) เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับกระบวนการเยียวยา
ทำไม BSP ถึงเหมาะกับยุค AI?
- พนักงานต้องรับมือกับความไม่แน่นอนสูง → BSP ช่วยให้รู้สึก “มั่นคงจากภายใน”
- ความเครียดในองค์กรมีหลายระดับ → BSP เข้าถึงได้แม้ยังพูดไม่ออก
- การสื่อสารในทีมยุคใหม่ต้องการ empathy → BSP เสริม self-awareness และความเข้าใจตนเอง
- การทำงานร่วมกับ AI ต้องใช้สมองอย่างยืดหยุ่น → BSP ปลดล็อกความตึงเครียดและความคิดวนลูป
ประโยชน์ของ Brainspotting ในบริบทองค์กร
ด้านสุขภาพจิต
- ลดความเครียดเรื้อรัง
- บรรเทา PTSD, Burnout, ซึมเศร้า
- ฟื้นฟูระบบประสาทอัตโนมัติ
ด้านประสิทธิภาพ
- เพิ่มโฟกัสและความมั่นใจ
- เสริมความคิดสร้างสรรค์
- เพิ่มศักยภาพผู้นำ
ด้านวัฒนธรรมองค์กร
- สร้างบรรยากาศที่ปลอดภัย
- ลด stigma เรื่องสุขภาพจิต
- สนับสนุนความเป็นอยู่ที่แท้จริง
BSP เหมาะกับใคร?
- พนักงานที่เผชิญกับความเครียดสะสมในที่ทำงาน
- ผู้ที่ไม่สะดวกใจจะเล่าปัญหาเป็นคำพูด
- บุคคลที่รู้สึก “ติดกับ” “ติดค้าง” หรือ “พูดไม่ออก”
- คนทำงานที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการโฟกัส ความคิดสร้างสรรค์ หรือความมั่นใจ
Brainspotting ไม่ใช่แค่การบำบัด แต่มันคือการคืนความไว้วางใจให้กับระบบประสาทของมนุษย์
เมื่อพนักงานได้เยียวยาจากภายใน พวกเขาจะมีพลังในการรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา