
ศาสตร์แห่งการรักตนเอง (The Science of Self-Love)
การรักตัวเองไม่ใช่แค่ความรู้สึกดีๆ เท่านั้น และมีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนและเน้นถึงผลกระทบของการรักตัวเองต่อสุขภาพจิต (Mental Health) ความสามารถในการฟื้นตัว (Resilience) และความเป็นอยู่โดยรวม (Well-being) จากการวิจัยได้ระบุถึงประโยชน์ของการรักตนเอง (Self-Love)และ ความเห็นอกเห็นใจตนเอง (Self-Compassionate) ไว้ดังนี้
1. ประโยชน์ด้านสุขภาพจิต (Mental Health Benefits):
- การศึกษาพบว่าความเห็นอกเห็นใจตนเอง (Self-Compassionate) สามารถลดอาการวิตกกังวล (Anxiety) และซึมเศร้า (Depression) ได้อย่างมาก การปฏิบัติต่อตนเองด้วยความรัก ความอ่อนโยน และเมตตา แบบเดียวกับที่คุณมอบให้กับคนรอบข้าง การฝึกแบบนี้ย่อมช่วยให้คุณมีแนวโน้มที่จะมีการดูแลสุขภาพจิตเชิงบวกมากขึ้น (Positive mental health)
- การรักตัวเอง (Self-Love) ช่วยสร้างให้คุณเกิดภาพลักษณ์เชิงบวก (Positive Self-Image) และลดผลกระทบจากการคิดหรือเชื่อกับตัวเองในแง่ลบ (Negative Self-Talk) การรักตัวเอง อย่างถูกวิธี ช่วยทำให้คุณเกิดความพึงพอใจในชีวิต ( life satisfaction) ที่เพิ่มขึ้นและเติมเต็มคุณค่าและความหมายในชีวิต (Meaning of Life) ของคุณเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย

2. การฟื้นฟูคืนกลับสู่สภาวะปกติ (Building Resilience):
- การรักตนเองช่วยให้การฟื้นคืนกลับสู่สภาวะปกติ (Resilience) ในช่วงเวลาที่เจอความท้าทายได้ดีขึ้น ผู้ที่มีความเห็นอกเห็นใจในตนเอง (Self-Compassion) จะมีความพร้อมที่จะฟื้นตัวจากความพ่ายแพ้ได้ดีกว่า เนื่องจากพวกเขาจะมองว่าความล้มเหลวไม่ได้เป็นสิ่งที่ลดทอนคุณค่าในตนเอง แต่กลับเป็นบทเรียนหรือประสบการณ์ที่ช่วยให้การเห็นคุณค่าในตนเองเพิ่มขึ้น ในทุกช่วงที่ผ่านเหตุการณ์ต่างๆมาได้
- การวิจัยระบุว่าบุคคลที่เห็นอกเห็นใจตนเอง (Self-Compassion) มีความสามารถในการดูแลจัดการอารมณ์และปรับตัวในช่วงที่ท้าทายของชีวิตได้มากขึ้น สิ่งนี้ช่วยทำให้พวกเขารับมือกับความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. การฟื้นฟูคืนกลับสู่สภาวะปกติ (Building Resilience):
- การรักตนเองช่วยให้การฟื้นคืนกลับสู่สภาวะปกติ (Resilience) ในช่วงเวลาที่เจอความท้าทายได้ดีขึ้น ผู้ที่มีความเห็นอกเห็นใจในตนเอง (Self-Compassion) จะมีความพร้อมที่จะฟื้นตัวจากความพ่ายแพ้ได้ดีกว่า เนื่องจากพวกเขาจะมองว่าความล้มเหลวไม่ได้เป็นสิ่งที่ลดทอนคุณค่าในตนเอง แต่กลับเป็นบทเรียนหรือประสบการณ์ที่ช่วยให้การเห็นคุณค่าในตนเองเพิ่มขึ้น ในทุกช่วงที่ผ่านเหตุการณ์ต่างๆมาได้
- การวิจัยระบุว่าบุคคลที่เห็นอกเห็นใจตนเอง (Self-Compassion) มีความสามารถในการดูแลจัดการอารมณ์และปรับตัวในช่วงที่ท้าทายของชีวิตได้มากขึ้น สิ่งนี้ช่วยทำให้พวกเขารับมือกับความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ความเป็นอยู่ที่ดีโดยรวม (Overall Well-Being):
- การฝึกรักตนเอง (Self-Love) สามารถนำไปสู่ทางเลือกในการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ เช่น การนอนหลับที่ดีขึ้น การออกกำลังกายเป็นประจำ และโภชนาการที่สมดุล ทางเลือกเหล่านี้มีส่วนทำให้สุขภาพกายและความเป็นอยู่ดีขึ้น ( emotional well-being)
- การศึกษาทางประสาทวิทยา (Neuroscientific) พบว่าความเห็นอกเห็นใจในตนเอง (Self-Compassion) กระตุ้นบริเวณสมองส่วนหน้า “Prefrontal Cortex” ที่ช่วยดูแลในเรื่องการยับยั้งชั่งใจ และสมองส่วนที่ 2 คือ สมองส่วน “Ventral striatum” เป็นสมองส่วนที่มีหน้าที่ “ให้รางวัลต่อสิ่งเร้าที่เผชิญอยู่” ซึ่งสมองส่วนนี้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจอย่างมาก สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าการรักตนเองสามารถส่งผลให้มีทัศนคติเชิงบวก (Positive)ต่อชีวิตมากขึ้น และทำให้มีความเป็นอยู่ที่ดีทางอารมณ์ดีขึ้น


Nature Therapy and Urban Green Spaces
ธรรมชาติบำบัดหรือนิเวศบำบัดมีพื้นฐานมาจากแนวคิดที่ว่าการใช้เวลาในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติมีผลในการรักษาและดูแลจิตใจ (Healing) และช่วยทำให้สุขภาพจิตของคนแข็งแรงเติบโตไปในทางบวกมากขึ้น (Good Mental Health) สำหรับคนที่อยู่ในเมือง ชวนกันออกไปหาพื้นที่สีเขียว เช่น สวนสาธารณะและสวนชุมชน สิ่งนี้จะช่วยให้ชาวเมืองมีโอกาสเข้าถึงธรรมชาติได้ง่ายมากขึ้น และเป็นการพักใจหลังเลิกงานได้ดีอีกด้วย

Practical Application

Regular Visits to Parks
พาตัวเองออกมาใช้เวลาเดินเล่นในสวนสาธารณะเป็นประจำ เพราะด้วยพลังของธรรมชาติ ช่วยลดอาการเครียดและวิตกกังวลได้

CommunityGardening
ให้เวลาตัวเองในการทำกิจกรรมที่ออกห่างจาก Social Media, IT, Gadget ต่างๆ และลองมาทำการปลูกต้นไม้ หรือ การทำสวน ใช้เวลาอยู่กับตนเอง ต้นไม้เเหล่านี้ จะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น ลดความเครียด และเพิ่มความรู้สึกเป็นอยู่ที่ดีได้

Green Commutes
ลองหาเส้นทางการเดินทางใหม่ๆ ที่สามารถผ่านสวนสาธารณะหรือถนนที่มีต้นไม้เรียงรายระหว่างทาง เเพราะสิ่งนี้สามารถเพิ่มความผ่อนคลายให้กับกิจวัตรประจำวันของคุณได้

Biophilic Design at Home
เพิ่มบรรยากาศในบ้านหรือ Office ด้วยการผสานความธรรมชาติเข้าไป เช่น ต้นไม้ งานศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ หรือใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ไม้และหิน เพื่อให้คุณได้ผ่อนคลายไปกับพลังธรรมชาติได้ในระหว่างวัน